Advertisements
new

วิธีแบกเป้จีน ไปจางเจี๋ยเจี่ย อย่างละเอียดยิบ.. ตอนจบ อุทยานแห่งชาติ อู่หลิงหยวน เขาเห้งเจีย

http://www.dtac.co.th/postpaid/services/roaming-15-countries.html?gclid=CNS5gZftmckCFUEfaAoddA8GQQ

วันที่ 4 ฉันตื่นเช้า จนสำเร็จ หมายมั่นปั้นมือ จะเดินทางกลับไปยัง อุทยานแห่งชาติ อู่หลิงหยวน อีกครั้ง ..

เดินไปขึ้นรถตุ้ที่เดิม แต่ เป็นคนละสาย บอกเขาว่าจะไป Huangshizhai  เข้าอุทยาน อู่หลิงหยวน ทาง ประตู A แนะนำให้เอา แผนที่ ไปยื่นให้เขาดู รถตู้จะเป็นคนละคัน กับเมื่อวาน

รถตู้เส้นทางนี้คนเยอะมาก จอดให้คนขึ้นลงตลอดทาง ใช้เวลา เดินทางราว 1  ชม. ฉันไป ถึงทางเข้าอุทยานตอน 8 โมงเช้า ใช้บัตรเข้าอุทยานใบเดิม แล้วสแกนนิ้วมือ ให้รู้ว่าบัตรกับลายนิ้วมือ ตรงกัน ไมาได้เอาบัตรใครมา

IMG_0730IMG_0727

จุดนี้ ตรงทางเข้า มีลิงจีน ออกมาต้อนรับ ทั้งฝูง  ลิงจีนเนี่ย ฉันว่ามันขนปุย หน้าตาน่ารัก ยิ่งตอนอากาศหนาว พวกมันจะเอามือ มาห่อ ไว้ที่อก ดูเหมือนกำลังไหว้คารวะ..หน้าแดง ก้นแดงไข่แดงแช้ด.. ถึงจะน่ารักแบบนี้ ลิง ก็คือ ลิง ซึ่งสิ่งที่ควรระวังคือ อาหาร เพราะลิงพวกนี้ รอจะชิงทรัพย์ นักท่องเที่ยว ที่ไม่ระวังตัว และ สิ่งที่ห้าททำเด็ดขาดคือ ห้ามให้อาหารลิง เพราะจะทำให้ลิง ไม่ยอมหาอาหารกินเอง ตามธรรมชาติ และเมื่อลิงหิวจัด จะทำให้ลิงก้าวร้าว  อาจถึงขนาดทำร้ายคนเพื่อ แย่งชิงอาหารได้.

IMG_0747-EditIMG_0736-2IMG_0762IMG_0764IMG_0771IMG_0778IMG_0776IMG_0775IMG_0790IMG_0795-EditIMG_0784IMG_0786IMG_0787IMG_0789IMG_0788

เดินเข้ามาด้านใน จะมีสวนกับจุดชมวิว และ ป้าย ที่เขียนว่า Oxygen Square ซึ่งเป็นจุดร้านอาหาร เดินตามป้ายเข้ามาเรื่อยๆ จะเป็น จุด ทางแยก ด้านขวาจะเป็น ลำธารแส้ทอง ซึ่งยาว 7 กม. สำหรับเดินชมทัศนียภาพไปเรื่อยๆ  เดินตรงไป จะเป็นบันไดเดินขึ้น ยอดดอย Huangshizhai หรือ Yellowstone village.  เรืองอะไรจะขึ้น .. ไป ขึ้นเคเบิ้ลดีกว่า  เดินเลี้ยวซ้าย ไปเรื่อย ไม่ไกล จะเป็นเคเบิ้ล ขึ้น Yellowstone village  ค่าเคเบิ้ล ขึ้นลง ช่วงโลวซีซั่น 70 หยวน  ไฮซีซั่น ๅ

Yellowstone village เป็นจุดถ่ายหนังกำลังภายใน หลายเรื่อง ชนิดที่นางเอกใส่ชุดสีขาว มีผ้าขาวยาวๆ ระโยงระยาง แล้ว เดินสวยๆให้ฟ้าลากไปตามพื้น บางทีก็เหาะให้ผ้าปลิวไสว ไปตามป่าสน..     ยังมีจุดที่ใช้ถ่ายหนังเรื่องไซอิ๋ว ตอนกำเนิด ซุนหงอคง  และ ด้านบนหมู่บ้านนี้ ยัง เป็น ต้นกำเนิดของนิยาย ปรัมปราเรื่องนี้ ตอนกำเนิดซุยหงอคง  มีหินต่างๆ ที่เป็นเรื่องราว ทั้งหินห้านิ้ว ที่ เป็นมือที่กักขังซุนหงอคงเอาไว้ จนกระทั่ง พระถังซัมจั๋งมาปลอดปล่อย..  มีจุดชมวิว เยอะมาก อีกจุดที่สวยมากคือ จุด ภาพวาดเฟรสโก้ และมี จุดวัดใจ ที่สร้างเป็นจุดถ่ายภาพ แก้ว ให้ได้ยืนถ่ายไปเสียวไป คล้ายๆกับที่ เทียนเหมินซาน แต่เป็นแค่จุดเล็กๆ ไม่ใช่ทางเดินยาว เหมือนที่นั่น

บน Yellow Stone Village มีเจ้าถิ่น คือ ลิงจีนลูกน้อง ซุนหงอคง อยู่จำนวนมาก มากจริงๆ พอเห็นนักท่องเที่ยว ก็จะพากันกรูเข้ามา . ถ้าใครเผบอ เป็นอันเสียของ.. สิ่งที่ใช้เรียกเจ้าลิง คือเสียงถุงพลาสติก ไม่ว่าข้างในถุงจะมีอะไร แค่ขยับแล้วมีเสียงถุงพลาสติกดังกร๊อบแกร๊บ ลิงจะกรูกันเข้ามาทันที ..

มีอยู่ตอนนึง ที่ฉันเปิดกระเป๋า จะเอาไม้เซลฟี่ ออกมา แค่เปิดเท่านั้น ลิงหนุ่มตัวยักษ์ ก็พุ่งเข้าใส่ฉัน  ฉันสะบัดกระเป๋า ขนมในกระเป๋า กระเด็นหลุดออกมา ทั้งถุง ฉันกระชากกระเป๋าหลบ เจ้าลิงหันไปหาถุงขนม แล้วหยิบไป อย่างรวดเร็ว  ไม่ได้เดินไปไหน นั่งอยู่ใกล้ๆ บรรจงแกะถุงขนม แล้วกินเยอะเย้ยฉัน อยู่ตรงนั้น.. บนเขา มีขยะ จำนวนมาก ที่พวกลิง พสกันคุ้ยยังขยะ แล้วเอาถุงขยะ โปรยไว้ จนทั่ว  พนักงาน คอยเดินเก็บขยะ ที่ดูเหมือน ชั่วชีวิตนี้ ไม่มีวันหมด.

IMG_0821-PanoIMG_0804IMG_0848IMG_0803IMG_0807IMG_0851IMG_0865IMG_0825IMG_0822IMG_0839IMG_0879IMG_0888-PanoIMG_0891IMG_0855IMG_0863IMG_0899IMG_0876IMG_0915IMG_0880IMG_0811

วิธีไป เคเบิ้ล Imperial Writing Brush Peak ของ ฉัน จาก จุดกระเช้าลงมาจาก Yellow Stone Village ฉัน บอกรถว่าจะไป สวน เฮ้อหลง .. ออกเสียงแบบนี้เลยนะคะ  เฮ้อหลง .. คนเขาเข้าใจ ..ชี้ให้ฉันขึ้นรถตู้อุทยาน  รถมาจอดให้ ฉัน ที่เชิงเขา มีต้นไม้ มีบันได ทั้งบันไดหิน และบันไดไม้ สูงชัน ขึ้นไป ลิบๆ .. ฉัน เดินกลับเข้าไป ถาม พนักงานที่ป้อมยาม พร้อมโชว์รูป รูปปั้น นายพล Helong  ทั้งสองคนพยักหน้า พร้อมชี้ขึ้นไป ด้านบน  โอ้แม้เจ้า… ฉันค่อยๆเดินตามบันได สุดชัน ไต่ระดับ ขึ้นไปเรื่อยๆ ระยะทางราว 2 กม.  ตอนขึ้นไป ถึงกลางทาง ฉันเห็นป้า อายุ ราว50 ปี คนนึง แบกกระเป๋าเดินทางแบบล้อลาก แต่ต้องยกขึ้นบันได ไปพร้อมๆกับฉัน ของฉันเป็นกล้องถ่ายรูปสุดหนัก สัมภาระในกระเป๋า  กับขาตั้งกล้อง  เราต่างให้กำลังใจ กันและกัน เดินขึ้นบันไดเรื่อยๆ ตอนที่เริ่มเห็นแสงสว่าง ทางด้ายบน ป้าหันมายิ้มดีใจ … แกทำท่า พร้อมพูดภาษาจีน ที่ฉัน ฟังไม่เข้าใจ  แต่พอจะเดาได้ว่า …เราทำได้..

ถึงด้านบน มีคนพยายามมาบังคับขายของ เป็นส้มจีน เกาลัด พอไม่ซื้อ ก็ด่า กันซะงั้น .. ฉันต้องต่อรถ อุทยานที่นี่ บอกว่า จะไป เฮ้อหลง..    จุดนี้ นั่งรถ ไปราว 30นาที .. รถจะไปจอดที่ จุดซื้อตั๋วขึ้น กระเช้า ของ Impeiral Writing Brush Peaks.. ขุนเขาที่งดงามดั่งภาพวาดโดยพู่กันของกษัตริย์     ค่า ธรรมเนียมขึ้นกระเช้า ขาเดียว 40 หยวน

ตอนแรก มันเหมือนว่า ฉัน จะได้นั่งกระเช้าคนเดียว เหมือนตอน ขึ้น Yellow Stone Village ฉันแอบดีใจ แต่แล้ว ก็มีป้าคนนึง แหวก ประตูกระเช้าเข้ามา .. แกเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามฉัน แล้วยิ้มกว้าง ประมาณ ว่า มาด้วยกัน

นั่งซักพัก ป้าแก ควักเอาส้มจีนออกมา ยื่นให้ฉัน ฉันยิ้ม กล่าวขอบคุณ แต่ส่ายหัวบอกปฏิเสธ ไป ป้าแก ยัดส้มเข้ามาในมือฉันอย่างรวดเร็ว…  ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว .. ฉันแกะส้มใส่ปาก ก็อร่อยดีนะ …

ป้าแก ชวนฉันคุยมาตลอดทาง ชี้ชวนชม บรรยากาศอันงดงาม โดยรอบที่มองผ่าน กระจกแก้ว ออกไป ท้องฟ้ากำลังอัศดง แสงสีส้มแดง ตัดกับแท่งหิน รุปร่างแปลกๆ สลับสูงใหญ่ เรียงราย ที่มีต้นไม้ สวยๆ ขึ้นปกคลุม งดงามจับตา… จุด ที่สวยที่สุด ฉันขอยกให้ตรงจุดนี้นะ .. สวยเหมือนเรา อยู่ ในโลกอีกโลกหนึ่ง เข้าสู่โลกแห่งจินตนาการIMG_0906IMG_0915IMG_0921IMG_0922IMG_0900

ตอนลงจากระเช้า ป้าแกชวนฉัน ให้ไป ต่อแกับแก แต่ฉันโบกมือลา  .. ฉันรู้ว่าป้า แก จิตใจดี เป็นคนมีน้ำใจ แต่กฎของการเดินทาง คนเดียวคือ อย่าไว้ใจคนท้องถิ่น ไม่ว่า เขาจะดีแค่ไหนก็ตาม เพราะ ถ้าวันไหน พลาด คือ จบ..  ฉันยิ้มให้แก โบกมือลา รู้สึกซาบซึ้งในไมตรี ของคนแปลกหน้า..

จุดปลายกระเช้า มีป้ายเขียน ไว้ว่า เป็นทางไป Tienbo Mansion ซึ่ง เป็นจุดที่ต้องเดิยอีกไกลพอสมควร และ เป็นที่ ที่ต้องทั้งมุด ทั้งลอด .. จึงขอข้ามไป ..  หันไป ดูอีกป้าย One Step To Heaven เป็นจุดชมวิว ที่สวยปานว่าได้ใกล้ชิด กับสรวงสวรรค์ ถ้าเดินวน ครบรอบ จะมาเจอ Tienbo Mansion แต่สำหรับฉัน ที่ขาสุดแสน จะปวดร้าว  ความรู้สึกคือ อีกก้าวเดียว ก็จะถอดวิญญาน ไปสวรรค์ แล้วเหมือนกัน..มันคง ไม่ใช่วันนี้..

ฉันเดิน ไปจุดจอดรถ อุทยาน  เหลือทางเลือกสองทาง ไป สะพานหนึ่งในใต้หล้า หรือ สวน Helong สภาพจิตใจ ในตอนนั้นคือ ปวดขา .. ไปสวน Helong น่าจะเดินน้อยที่สุด.. ฉันเดินอย่างหนักหน่วง ติดกันสามวัน แถมไปเดินป่ามา ด้วย การใส่ลองจอน อัดข้างใน กางเกงยีนส์ รัดรูป ปวดน่องกับหัวเข่าที่สุด ..

เดินไปซื้อ เมล็ดสนคั่ว มานังกิน แล้วตัดสินใจ รอรถ ไป สวน Helong โดยลืมมอง นาฬิกา.

การรอ รถไปสวน Helong นาน  ราว 30 นาที  หลังขึ้นรถ ฉันก็เริ่มรู้ตัวว่า ตัดสินใจผิดพลาดไป .  รถเริ่มไต่ระดับขึ้นดอย  ถนนคดเคี้ยว โค้งแลวโค้งเล่า  ผู้หญิงวัยรุ่น ชาวจีน ที่นั่งเบาะข้างหลังฉันเริ่มอาเจียน   ตอนที่ฉันหันไปมอง คุณน้อง ก็อาเจียน สะสมได้ จนเต็มถุงพลาสติก ใบใหญ่ มองเผินๆ เหมือนซื้อ โจ๊ก ไปฝากใคร  ฉันรีบหันหลังกลับ.. หลับตา สูดลมหายใจลึกๆ.. ก่อนจะผลิตโจ๊ก เพิ่มขึ้นอีกคน.

รถเริ่มวนขึ้นมา บนยอดเขา นักท่องเที่ยวชาวจีน หลายคน ลงจากรถไป บนยอดเขา มี  โฮสเทล บ้านพัก แบบพื้นๆ ให้เลือกพัก สลับกับบ้านชาวบ้าน หน้าตาโฮสเทล เหมือน โฮมสเตย์ มากกว่า จะเป็น โรงแรม และที่แน่ๆ ไม่มีภาษาอื่นใดนอกจากภาษาจีน

IMG_0925IMG_0955IMG_0967IMG_0971

จุดสุดท้าย ที่รถอุทยานจอด .. คือ จุดจอดรถ ของสวน เฮ้อหลง  ฉันลงจากรถ พร้อมกับนักท่องเที่ยวชาวจีน วัยรุ่น กลุ่มเล็กๆ  ในสวน กำลังเริ่มมืด ไม่มีใครอยู่ในสวนแล้ว ตอนที่ฉัน เดินไป ถ่ายรูป รุปปั้นนายพล Helong ในสวน บรรยากาศ มีแต่ความเงียบกริบ ในขณะที่นักท่องเที่ยวชาวจีน ที่มากับฉัน พากันเดิน หายไป ตรงจุดทางเข้า ที่มีร้าน แมคโดนัล ในวันแรก ที่ฉัน เดินมา.. ถึงตอนนั้น ฉันเริ่มตกใจ.. รถ กลับ? ฉัน เริมมองนาฬิกา .. ตอนนี้ 5 โมงเย็น แล้วจะกลับยังไง…

ฉัน วิ่งไปตามถนน หาคนช่วย.. เจอ คู่หญิงชายชาวจีน ลักษณะ เหมือนนักท่องเที่ยวสองคน ฉันพยายาม ถาม.. อู่หลิงหยวน ไป่หลงเทียนที … ฉันพูดได้แค่นั้นจริงๆ.. ผู้หญิง พอจะพูดภาษาอังกฤษได้บอกฉันว่า ไป่หลงเทียนที ไกลมาก กลัวว่า เธอจะไปไม่ทันนะ มันค่ามากแล้ว.. ฉันเริ่มคิด.. แล้วจะทำยังไง ..  รถตู้ อยู่ทางนู้น เดี๋ยวถามให้ ..เธอบอก .. ฉันรีบวิ่งกลับไปทางเดิม ทางที่เป็นสถานี จอดรถ..

รถตู้คันสุดท้าย จอดรออยู่  ไป่หลงเทียนที ? ฉันถาม คนขับพยักหน้า..   ด้วยความกังวล ฉัน ควักเอา โทรศัพท์ ออกมา เชค จีพีเอส .. ระยะทางจาก จุดที่ฉันอยู่ ไป ลิฟท์ไป่หลง คือ 35กม.. ตอนนี้ คือ 5โมงครึ่ง.. ไม่น่าจะทัน..ฉันบอกกับตัวเอง..   แผนสำรองของฉันคือ ฉันเห็นโฮมสเตย์ด้านบน คงต้องหาที่นอน เอาดาบหน้า ฉันมี มือถือ ที่ยังใช้อินเตอร์เนตได้ คงพอจะ ค้นหาภาพ หรือภาษาจีน ที่จะช่วยสื่อสารได้ ..

นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยลงรถกันไปทีละคน จนเหลือแค่ คู่วัยรุ่น หญิวชายชาวจีน อีกคู่  ฉันเขยิบเข้าไป หา  คิดว่า ถ้าสองคนนี้ลง ฉันคงต้องลงด้วย จะเหลือ แค่ฉัน กับคนขับรถ แค่สองต่อสอง คงไม่ไหว ฉันพยายาม  ถามทั้งสองคน ว่าไปลงไหน ฉันจะไป ไป่หลงเทียนที..วิธีการถาม ใช้ กูเกิ้ล แปลภาษา ค่ะ ทั้งภาพ ทั้งมือ ทั้งภาษาใบ้ ทั้งสองบอกว่า ไปลงที่เดียวกับฉัน .. ฉันเริ่มอุ่นใจ แต่ต้องหาแผนสำรอง ในหัว ถ้า ฉันไป แล้วลิฟท์ปิด ..

ฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อยๆ รถ อยู่ดีดี รถ ก็จอดลง  คนขับตะโกนว่า สุดสาย..  ฉันวิ่งลงจากรถ ..  ลิฟท์ไป่หลงอยู่ไหน ที่นี่ที่ไหน ไม่มีใครอยู่ที่สุดสายนั้นเลย.. พลันสายตา เหลือบไปเห็น ถนนด้านหน้า มีชายหญิงคู่หนึ่ง กำลังเดินอยู่ เห็นหลังไวๆ ฉันเร่งสปีด วิ่งตามไปสุดกำลัง..ขาที่เคยปวดล้า ไม่สิ ฉันไม่รู้สึกปวดแล้ว..รุ้แค่ ต้องไม่อยู่คนเดียว ต้องหาคนท้องถิ่น หรือใครก็ได้ ที่ดูแล้ว ไม่อันตราย แล้วเกาะไปกับเขา .. ฉันวิ่งไป จนทันทั้งสองคน แล้ว ถามว่า  อู่หลิงหยวน ไ่ป่หลงเทียนที.. ทั้งสองคนชี้มือไปด้านหน้า.. ฉันเริ่มออกวิ่ง นำไปก่อน..สองข้างทาง เป็นป่ารกทึบ ฟ้าเริ่มมืด มองเห็นลางๆ ไฟฉายไม่มี มีแค่โทรศัพท์ มือถือ ที่พอจะให้ความสว่างได้ แต่ตอนนี้ ยังไม่ถึงเวลาส่องไฟ รู้แค่ ต้องวิ่งให้ไวที่สุด พอ..

วิ่งไป ไกลราว 2 กิโลเมตร ฉันเห็นกลุ่มคนอยู่ข้างหน้า เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี .. ฉันเริ่มใจชื้น ฉันเดินเข้าไป ถาม คนจีน ที่ยืนรอ อยู่ตรงนั้น อู่หลิงหยวน.. ไป่หลงเทียนที  ฉันถามอีกครั้ง ทุกคนที่อยู่ที่นั่น ตอบว่า ใช่ ที่นี่แหละ…

รถอุทยาน แล่นเข้ามาจอด. ฉันรีบวิ่งขึ้นรถ เหมือนกลัวว่ารถ จะหายไป กลุ่มนักท่องเที่ยว ต่างพากันขึ้นรถ หกโมงครึ่งแล้ว  ถ้าลิฟท์ปิดแล้ว.. ฉันจะทำอย่างไรต่อ ฉันคิด วางแผนว่า จะเกาะติดตาม คนจีน หรือใครก็ได้ ขอติดรถไปลงที่ประตูทางเข้า อุทยาน แล้วจ้างเทกซี่เข้าเมือง หรือ กลับไปนอนที่ โฮสเทลที่อุทยาน ก็ได้ เพียงแค่ จะไปยังไง มันต้องมีทาง

ราว 10 นาที รถก็แล่นเข้าไปจอด ยังสถานที่ คุ้นตา.. ทางเดินเข้าลิฟท์ ไป่หลง เพื่อลงไปสู่ จุดจอดรถเขาเมือง อู่หลิงหยวน    ฉันอุทานขึ้นมาเสียงดังด้ยความดีใจ  … ไป่หลงเทียนที…

ป้าคนเกาหลี ที่นั่งข้างฉันหัวเราะ ฉันขอทาง ถลาลงจากรถ ซื้อตั๋วลงลิฟท์ ยังซื้อได้ ยังไม่ปิด   แล้วพุ่งตัว วิ่ง อย่าลืมความเจ็บ ลืมความหนาว  ด้านหน้าลิฟท์ มืดหมดแล้ว ตำรวจ ที่คอยตรวจสัมภาระ ไม่อยู่ แต่ยังเหลือพนักงานเฝ้าลิฟท์ บริเวณ เครื่องสแกนตั๋ว ที่เดินมาสแกนตั๋วให้ฉัน … ตำรวจ ที่เฝ้าด้านหน้าลิฟท์ ยังอยู่ มีคนรอใช้ลิฟท์อยู่แล้ว สามคน ฉันไปยืนเข้าแถว รอซักพัก กลุ่มกรุ๊ปทัวร์ เกาหลี ก็พากันเดินตามมา .. ลิฟท์ ไม่ไดิปิด แต่ที่เขาขู่เอาไว้ เพราะ รถอุทยาน ตะหาก ที่หมดเร็วกว่ากำหนด เพราะ ช่วงปีใหม่ และหน้าหนาว พอมืดแล้ว ก็จะเหลือรถ เพียงเที่ยวสุดท้าย  และด้านล่าง หลังจากลงลิฟท์มา ช่างมืดมิด .ภายในความมืด รถคันสุดท้าย ที่จะพาฉัน ไปสู่ตัวหมู่บ้าน อู่หลิงหยวน จอดอยู่ที่นั่น .. ฉันวิ่งไปขึ้นรถ ..ถอนหายใจยาว..ไกค์เกาหลี ดูชิวมาก ที่จะพาลูกทัวร์ มาถึง ทันรถเที่ยวสุดท้าย ช่างชิวเหลือเกิน ใน ขณะที่ฉัน กลัวแทบตาย..

รถแล่นออกไป สู่ตัวเมือง คงต้องใช้เวลา ราว 40 นาที ทุกคนในรถ ต่างนิ่งเงียบ บรรยากาศข้างนอกมืดมิด อากาศหนาวเย็น.. คืนนี้เป็นคืนส่งท้ายปีเก่า ทุกคน ต่างเฝ้ารอคอย ที่จะได้ไปฉลองเมื่อ ถึงในเมือง ..ฉันก้มลงมองนาฬิกา หนึ่งทุ่ม 15 นาที .. แต่อยู่ดีดี รถก็หยุด และจอดลง.กลางถนน ..  รถด้านหน้า จอดเรียงรายติดยาว เต็มถนน รวมถึงรถที่ตามมาด้านหลัง ก็ต้องทยอยจอดลง… เกิดอุบัติเหตุ รถมอเตอร์ไซค์ ชนกับรถกระบะ ด้านหน้า ไม่ไกลนัก.. เราจอดรอให้ตำรวจมา ช่วย คลี่คลายสถานการณ์ และนำคนเจ็บไปส่งรพ. อยู่ ราว  1 ชม. สิ่งที่ฉันกังวลอีกครั้ง คือ รถกลับ จางเจี๋ยเจี่ย .. รถเที่ยวสุดท้าย คือ 20.40 น.  เกรงวาจะทันไหม.. มีเสียงพลุ และแสงไฟ ลอดผ่าน ช่องว่างเล็กๆ ที่ต้นไม้ปกคลุมไม่หมด ในป่า ในเมือง เขาคงเริ่มฉลองกัน แต่ตัวฉัน ติดอยู่ในป่า..

ราว 1 ชม. สถานการณ์คลี่คลาย รถเริ่มขยับไป ข้างหน้าได้ ..และสุดท้าย ฉันก็มองเห็นวงเวียน กับรถตู้สีครีม คันคุ้นเคย.. ฉันกระโดดลงจารถอุทยาน ข้ามถนนไป หารถตู้จางเจี๋ยเจี่ย..ทันทีที่ถึงเมือง ฉันรีบหาร้านอาหาร ที่ใกล้ที่สุด หาข้าวกินก่อน ด้วยความหิว ก่อนเดินกลับ ที่พัก ระหว่างทางแวะลอง ชิมบาบีคิวปิ้งย่าง ที่ขายอยู่ข้างทาง ราคาไม้ละ 3  หยวน  อร่อยในความหนาว.. พรุ่งนี้เช้า ฉันต้องเดินทางไป ฉางซา ค้าง หนึ่งคืน เพื่อ เดินทางกลับประเทศไทย

IMG_0976IMG_0978

วันรุ่งขึ้น ฉันตั้งใจตื่นสาย เก็บข้าวของ แล้วลากกระเป๋าเดินทาง แวะไปซื้อแห้วจีน กลับมากินที่เมืองไทย ก่อนซื้อตั๋วรถ ที่สถานีขนส่ง เที่ยว บ่ายโมงไปเมือง ฉางซา ราคา ตั๋ว 110หยวน..

ใช้เวลานั่งกลับ  4 ชม. สิ่งที่น่าประทับใจที่สุด คือ ตอนรถ จอดให้ลงไป เข้าห้องน้ำ พ่อหนุ่มจีน ที่นั่งข้างๆฉัน ลงไปซื้อน้ำ มาเผื่อฉัน 1ขวด แต่ฉันปฏิเสธ เพราะ ฉันมีน้ำพกมาแล้ว แต่ก็ขอบคุณ  ในน้ำจิตน้ำใจ ที่มอบให้ ..

ปลายทางรถประจำทาง คือ .Changsha West Bus Station  ที่เดิม ฉัน พักที่ Changsha Zhongtian Hibiscus Land International Hostel  วิธีเดินทาง ฉันใช้ GPS  หาพิกัด หาสถานี รถไฟฟ้า พบว่า ห่างไป จาก Changsha West Bus Station แค่สามสถานี จากนั้นก็ตามGPS  ไป ถึงโรงแรม จะอยู่ในซอกมืด หาปากซอยได้ ก็ถามคนที่ปากซอย จนเจอ  โรงแรมนี้ ราคาแค่ 40หยวน สำหรับนอน แค่คืนเดียว.ห้องพัก เป็นห้องนอนรวม น่าตกใจเล็กน้อย ที่พบว่า เพื่อนร่วมห้องฉัน อีก 7คน เป็นชายจีน ล้วน.. ห้องน้ำ เป็นห้องน้ำ รวม เป็นสองโถส้วม ในห้องเดียว มีเพียงผนังกั้น .. กลิ่น ไม่สู้ดีนัก ..

ฉันเดินไป กินข้าว ในบริเวณ ที่ไม่ไกลจาก ที่พักมาก ถึงแม้ว่าจะได้ ที่อยู่ ร้านหม้อไฟที่ดัง และอร่อยที่สุด ในฉางซามา ฉันรู้สึกว่า วันนี้น่าจะพอแล้ว ครั้งหน้า ค่อยกลับมา กินหม้อไฟร้านดัง เพราะเมือง โบราณ เฟิงหวง ฉัน ก็ยังไม่ได้ ไปสัมผัสเลย..รวมถึง สะพาน หนึ่งในใต้หล้า และตัวเมืองอู่หลิงหยวน ถ้ำมังกรเหลือง ทะเลสาบเป่าเฟิงหู ก็ยัง ไม่ได้ไป.

ตอนเดินกลับโฮสเทล ได้ยินเสียงจุดพลุสว่างไสว ชาวฉางซา จุดพลุฉลองปีใหม่ สวยงาม สุดอลังการณ์ …พรุ่งนี้ ฉัน ต้องตื่นแต่เช้า แล้วเดินทางกลับบ้าน วิธีไป สนามบิน ง่ายนิดเดียว ก็แค่ นั่งรถไฟฟ้า ไปยังสถานีที่เรามา สถานี Changsha West Bus Station  แล้วเดินไปซื้อตั๋ว ที่ขายตั๋วรถ บอกว่าไป สนามบิน  机场 จี๊ฉ่าง…  ค่าตั๋วเท่าเดิมกับขามา  28.50 หยวน..

การแบกเป้ลุยเดี่ยว ประเทศจีน ครั้งนี้ของฉัน ทำให้การมองคนจีนของฉัน เปลี่ยนไป ..การเดินทางครั้งนี้ ทำให้ฉันพบว่า คนจีนใจดี มีน้ำใจ..คนจีนแค่เสียงดัง แต่คนจีน ก็เหมือน คนทั่วไป มีทั้งคนดี คนไม่ดี แต่คนดี มีน้ำใจ ยังหาได้ทั่วไป อย่างที่ ฉันเจอ..ประเทศจีน เป็นอีกประเทศ ที่ฉันยอมรับว่า แบกเป้ สนุกจริงๆ ครบรส ครบเครื่อง คงต้องหาตั๋ว หาเวลา แบกเป้เมืองจีน อีกให้ได้

สรุป ค่าใช้จ่าย สำหรับการเดินทาง ทริปนี้ 5วัน 6คืน ช่วงปีใหม่

ค่าเครื่องบินไป กลับ  9600บาท

ค่าที่พัก 700+40  หยวน .. ขอคำนวณเป็นหยวน แล้ว คิดให้เป็นเงินไทย รวดเดียวนะคะ

ค่ารถ สนามบิน ไป กลับ 28.50X2 =57 หยวน

ค่ารถบัส ฉางซา ไป จางเจี๋ยเจี่ย ไป กลับ  110×2= 220

ค่ารถตู้ จาก จางเจี๋ยเจี่ย ไป อุ่หลิงหยวน สองวัน .. ไป กลับ   17+10+10+10 =47  หยวน

ค่าเข้าอุทยาน  + กระเช้า เทียนเหมินซาน +  ค่า เดิน ทางเดินแก้ว 245+10=255

ค่าเข้าอุทยานอู่หลิงหยวน 135  หยวน

ค่ากระเช้า ในอุทยาน ขึ้นลง yellow stone village 70 หยวน

ค่ากระเช้า ขาเดียว   Imperial Writing Brush Peak 40 หยวน

ค่าลิฟท์แก้ว ไป่หลง ขึ้นลง 3รอบ 72×3 =216 หยวน

ค่ารถไฟฟ้า ไป กลับ 4 หยวน

=1784 หยวน  คิดเป็นเงินไทย x5=8920 บาท +   ค่าตั่วเครื่องบิน 9600บาท =18520 บาท

ไม่รวมค่ากิน ,ค่าอินเตอร์เนต กับค่าวีซ่าค่ะ พอดีจ้างคนไป ทำวีซ่าให้เพราะติดงาน เลยไม่บวกรวมดีกว่า..

1397579020-TrekkingMa-o

ขอบคูณแผนที่ เครดิท คุณน้องบุ้งกี๊ จาก TKTค่ะ

Advertisements
About หมอนก ,Mornok (125 Articles)
ชื่อ ...น.ส. กนกรัตน์ เทโวขัติ ชื่อเล่น นก วัน เดือน ปีเกิด 1 ตค 2519 การศึกษา ปริญญาตรี ทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Tour guide, Tour leader มหาวิทยาลัยรังสิต ความสนใจพิเศษ . เป็นช่างภาพสมัครเล่น เวบไซค์ http://mornok.com Facebook page https://www.facebook.com/backpackersfriend/ เฟสบุคเพจ เพื่อนนักสะพายเป้ Backpacker's friend เป็นเพจบันทึกการเดินทาง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ การเดินทางมีทั้งแบบแบกเป้และเดินทางแบบหรูหราสบาย พาเที่ยว พาถ่ายรูป พักโรงแรม พากิน เคยเดินทางมาแล้ว ราว 26 ประเทศ ทั่วโลก ในระยะเวลา 6 ปี เป้าหมายการเดินทางในอนาคตคือ รวบรวมถ่ายภาพปราสาทหินและวัดใน ประเทศไทย ให้ครบ ,เดินทางประเทศจีนและ อินเดีย ให้ครบทุกจังหวัด ,แบกเป้ ยาว หกเดือน เที่ยวประเทศฝั่งอเมริกาใต้ และอเมริกากลาง ผลงานที่ผ่านมา: ร่วมรายการ Bigbrother season 2549 pocketbook ก็จะวีน..ใครจะทำไม ละคร นรสิงห์ แชมป์ รายการ อัจฉริยะข้ามคืน ล้านที่ 4 ถ่ายแบบ,สัมภาษณ์ ลง magazine Alternative (June 2006), Hamburger (ปักแรกมิถุนายน 2549) ,GM Plus ,Lisa (7-6-06) ,แพรว (25 มิถุนายน 2549),Front mini Magazine (July 2006),เธอกับฉัน (ปักษ์หลังกรกฎาคม 2549) ,In Magazine (September 10, 2006),Gossip star ,TV Inside,Her World (ธ.ค. 2549), In Magazine (January 10, 2007) ,In Magazine (January 10, 2007) ,EXray (10 March 2007) ,Maxim (May 2007),เปรียว (ปักษ์หลังมิถุนายน 2550) เขียนคอลัมน์ บลอกเกอร์ชวนเที่ยว "แบกเป้เท่ทั่วโลก" นิตยสาร อสท. ฉบับเดือน มีนาคม 2559 นักเขียนคอลัมน์ ประจำ Dentist Backpack นิตยสาร Focus งานรีวิว .. เคยร่วมงานกับ.. Dtac ,Boots, TMB ,Master card ,bug bunny Looney Tunes Thailand ,Singha Park Ballon festival ,Airpay application, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย,การท่องเที่ยวมาเก๊า,Lenovo ,Samsung camera https://mornok.com/2015/09/22/อุทยานแห่งชาติภูสอยดา/ https://mornok.com/2016/02/15/airpay/ https://mornok.com/2016/01/21/วิธีแบกเป้จีน-ไปจางเจี-4/ http://www.manager.co.th/Feelgood/ViewNews.aspx?NewsID=9570000128471 youtube channel https://www.youtube.com/channel/UCTwZ49toHl8K8KYF4Wmt1uA?view_as=public เพื่อนนักสะพายเป้ Backpacker's friend instragram kanokrat_tawokhat

1 Comment on วิธีแบกเป้จีน ไปจางเจี๋ยเจี่ย อย่างละเอียดยิบ.. ตอนจบ อุทยานแห่งชาติ อู่หลิงหยวน เขาเห้งเจีย

  1. กำลังทำวิทยานิพนธ์เรื่อง Solo Female Traveler อยู่ที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ถ้าอยากจะรบกวนขอสัมภาษณ์เพื่อเก็บข้อมูลจะได้ไหมคะ ติดต่อกลับ gbaitong@hotmail.com

    Like

การแสดงความเห็นถูกปิด

%d bloggers like this: