Advertisements
new

วิธีแบกเป้จีน ไปจางเจี๋ยเจี่ย อย่างละเอียดยิบ.. ตอนที่ 3 เดินป่าที่เขาอวตาร เทียนจวื่อซัน

http://www.dtac.co.th/postpaid/services/roaming-15-countries.html?gclid=CNS5gZftmckCFUEfaAoddA8GQQ

http://www.dtac.co.th/p…/services/roaming-15-countries.html…‪#‎dtac‬ ‪#‎dtacroaming‬

วันรุ่งขึ้น..เป็นวันที่ 3ของการเดินทาง ฉันออกจาdโรงแรมตอน 9 โมง..ซึ่งถือว่า สายมาก เพราะจะเดินทางไป ยังเมือง อู่หลิงหยวน(武陵源)

เดินไปที่สถานีขนส่ง ตรงเข้าไป ด้านใน สแกนกระเป๋า ไม่ต้องซื้อตั๋วนะ คะ.  ผ่านจุดสแกนกระเป๋า เดินมาทางซ้ายมือ เลี้ยวเข้าไป ด้านใน จะเจอจุดจอดรถตู้  ซึ่งจะเป็นรถตู้เก่าๆ สีน้ำตาลครีม หน้าตาเหมือนกันหมด เลย… เดินเข้าไป จะมีคนถามว่าไป ไหน .. เราบอกว่า ไป เถียนจวื่อซาน .. ไม่ต้องเขียน ไม่ต้องยื่น พูดชื่อไปเลยค่ะ .. ภาษาจีน ดีกว่าภาษาสเปนตรงที่ ออกเสียงเพี้ยน นิดหน่อย คนก็ยังเข้าใจ เขาจะชี้ให้เรา ว่าคันไหน  ค่ารถไปจ่ายในรถ .. จะมีกระเป๋ารถตู้ ขึ้นกลางทาง มาเก็บเงิน  ค่ารถตู้ไป เถียนจวื่อซาน 17 หยวน .. เพราะ นั่งไกล ถึงสองชั่วโมง

ฉันอ่านรีวิว มาพอสมควร แต่เรา เป็นพวก ทำอะไร นอกลู่นอกทาง  วันนี้ ฉันจะไม่เดินไป ตามที่คนอื่นเขาไป ..ฉันจะเข้าประตู อุทยานทางด้านประตู บนเขา เถียนจวื่อซานเลย โดยไม่จ่ายค่ากระเช้าขึ้น ในราคา  40 หยวน โลวซีซั่น .. ช่วงไฮซีซั่นจะราคา 67 หยวน

ประตูอุทยานฝั่งนี้ ไม่มีคนเลย ช่วงไฮซีซั่น ไม่แน่ใจ แต่ ช่วงโลวซีซั่น นี้ มีแค่ไม่กี่คน ไม่ต้องรอคิว ซื้อตั๋ว เข้าอุทยาน อยู่ได้นาน ถึง 4วัน ในราคา เพียง 135  หยวน เท่านั้น ราคาช่วงไฮซีซั่น อยู่ที่ 245หยวน

รถอุทยานจอดรออยู่ที่ข้างป้อมยาม  บอกว่าลงที่ เทียนจวื่อซาน หรือ เฮ้อหลง ..พูดไปแบบนี้ เขาฟังเข้าใจค่ะ หรือ จะเซพภาพใส่โทรศัพท์ ไปยื่นให้เขาดูก็ได้ ..

จากทางเข้าไป จนถึงสวนHelong ใช้เวลาราว  30 นาที . ฉันไม่ได้เดินเข้าไปยังสวนเฮ้อหลง เพราะ ตรงเข้า ตรงเทียนจวื่อซานก่อน เดินไปยังจุดชมวิว และขายของที่ระลึก แวะถ่ายภาพ คู่กับสถานที่ ตรงจุดแรกจะมีช่างภาพที่รับจ้างภ่ายภาพ ให้นักท่องเที่ยว ฉันยื่นกล้องฉันให้เขา พร้อมยื่นเงินให้ 20 หยวน  ก็ได้ ภาพ สวยๆ คู่สถานที่ แบบที่ไปคนเดียว ก็ได้ภาพงามๆ กลับมาได้

IMG_0520IMG_0521IMG_0525IMG_0522IMG_0564IMG_0540IMG_0530IMG_0557IMG_0536IMG_0534IMG_0541IMG_0546IMG_0531IMG_0590IMG_0592IMG_0574IMG_0593

จากนั้นเดินผ่านร้านขายของที่ระลึก พร้อม อาคารทรงจีนสูงๆ ซึ่งมีร้านอาหาร อยู่ด้านใน..เดินลงด้านล่าง ผ่านจุดชมวิว ที่มีชื่อว่า สนามประลองม้า..แล้วเดินเลี้ยวซ้าย เข้าป่า… ฉันจะเดินป่า ในภูเขาเทียนจวื่อซาน   เส้นทางการเดินป่า ที่นี่ จะเป็นการเดิน ขึ้นบันได สูงชัน เพียงเล็กน้อย แต่เดินลง บันไดสูงชัน เป็นส่วนมาก มีจุดที่เราสามารถแวะพักชมวิว ภูเขาหินปูนสุดอลังการณ์ได้ตลอดทาง โดยไม่มีคนมารบกวน เพราะคน ที่ใช้เส้นทางนี้ จะมีจำนวนน้อยกว่า คนที่ใช้เส้นทางปรกติ และที่แน่ๆ ไม่มีกรุปทัวร์ ไหน ใช้เส้นทางนี้เลย แต่ช่วงไฮซีซั่น เส้นทางนี้ น่าจะ เป็นที่นิยม ของหนุ่มสาวชาวจีนกันมากพอสมควร .. จุดเดินป่าจุดนี้ ใช้เวลาเดิน ราว 3-4ชม. ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ที่ไม่แน่ใจเพราะ ปรกติ ถ้าเดินเร่งๆ ชั่วโมงนึง จะเดินงดงได้ราว 3-4 กม. แต่ฉันจะออกแนว เดินๆ หยุดๆ ถ่ายภาพ เรื่อยเปื่อย ใช้เวลาอยู่ในป่า ราว  4 ชม.  ในป่า จะมี พลแบก เสลี่ยง อยู่ เป็นจุดๆ สำหรับคนที่เดินไม่ไหว ไม่ต้องกลัว ว่าจะ ต้องคลานโดดเดี่ยว อยู่ในป่า แค่คุณ ควักเงินออกมา จ้างคนแบก ก็ จะออกมาได้ อย่างปลอดภัย..

IMG_0583IMG_0612IMG_0595IMG_0626IMG_0597-Pano-EditIMG_0633IMG_0616IMG_0605IMG_0639IMG_0630IMG_0620IMG_0646IMG_0652IMG_0647IMG_0658IMG_0645IMG_0634IMG_0665IMG_0659-PanoIMG_0648IMG_0643

ความงามกับทัศนียภาพในป่า ฉันบอกได้แค่คำเดียวว่า สุดยอด .สวยที่สุด สุดยอดที่สุด คุ้มค่าแก่การเข้าไป ..   จุดสุดท้าย ที่ทำให้รู้ว่า เริ่มออกมา จากป่าแล้ว คือลิง .. พอเจอลิง กับร้านขายผลไม้ แปลว่า จะถึงทางออก  ตรงสุดทางออก จะมีบ่อที่เขาเขียนว่า เป็นบ่อน้ำร้อน .. ด้านซ้ายมือ เป็น สถานีรถราง..  รถราง นี้เป็นรถราง  เอาไว้นั่งชม ภาพเขียนสิบลี้..十里画廊 Shili Gallery  จุดนี้ ค่ารถราง 100หยวน เที่ยวเดียว  ภาพเขียนสิบลี้ จุดนี้ ไม่ใช่ภาพเขียนจริงๆ แต่เป็นการเปรียบเปรย  ว่าทิวทัศน์ บริเวณ นี้ ซึ่งเป็น แท่งหินปูน จำนวนมาก ตั้งตระหง่านสลับกับลำธารที่ไหลผ่าน งดงามราวภาพเขียน …

ด้วยความที่เดินมา ตลอด 4  ชม. ไม่หยุด ฉันมองดูรถราง แล้วคิดว่า นั่งดีไหม .. สองหนุ่มสาวชาวจีน ที่เดินป่า มาพร้อมกับฉัน ผลัดกันแซงผลัดกันหยุด เดินไป ที่ทางเดิน สองคนนั้น ไม่ใช้บริการรถรางแฮะ แล้วฉันจะใช้ได้ไง  ฉันคิด.  เดินสิ จะได้ชมภาพเขียนสิบลี้ ให้หนำใจ..

ช่วงแรก ภาพเขียนสิบลี้ ช่างงดงาม แต่หลังเดินไป ซักพัก รถราง ขบวนแล้ว ขบวนเล่า ขับผ่านฉันไป ผู้คนในรถ ซึ่งเห็นหน้ากันในป่า ต่างพากันโบกมือให้ฉัน.. เพียงครู่เดียว สองหนุ่มสาวชาวจีน ที่เดิน นำหน้าฉันอยู่ ทำไม ถึงขึ้นไปอยู่บนรถราง นั่นได้.. ขึ้นไป ตอนไหน..

ภาพเขียนสิบลี้ ใช้เวลาเดิน ราว   1 ชม. ครึ่ง  ระยะ ทาง  5 กิโลเมตร ..หลังๆ ภาพเขียน ก็ไม่ค่อยงดงามสำหรับฉัน อีกต่อไป หลังเดินไปแล้วทั้งวัน ร่วม 13 กม.. ปลายทาง ภาพเขียนสิบลี้ เป็นจุด จอดรถอุทยาน.. ท้องฟ้าเริ่มครึ้ม  หน้าหนาว กลางวัน ช่างสั้น 4  ครึ่ง ท้องฟ้าเริ่มมืด

IMG_0685

ป้ายชี้ไปว่า ลิฟท์แก้วไป่หลง百龙天梯 ลิปท์แก้วไป่หลง เป็นลิฟท์แก้ว ที่สูงที่สุดในโลก  เป็นลิฟท์ ที่ใช้สำหรับ ขึ้นลงเขา. ซึ่งเป้าหมายของฉันคือ จะขึ้นลิฟท์แก้ว เพื่อ ไป ยัง  สะพานใต้หล้าอันดับหนึ่ง (天下第一桥)เทียนเสี้ยตี้อี้เฉีย  สะพานนี้ เป็นสะพานธรรมชาติ เป็นจุดที่หนุ่มสาวนิยมไปคล้องกุญแจ แล้วเชื่อว่า จะไม่ต้องพรากจากกัน ตลอดไป .. จุดนี้เป็นจุดถ่ายทำภาพยนต์หลายเรื่อง รวมถึงเรื่อง อวตาร  ทำให้บริเวณ นี้มีรูปปั้นอวตารตัวสีฟ้า อยู่ .

IMG_0690IMG_0701

กลับมาที่ป้าย ที่เขียนว่า ลิฟท์ไป่หลง  200เมตร..  แค่สองร้อยเมตรเอง ก็เดินสิ .. ฉันคิด เดินตามป้าย ไปเรื่อยๆ ด้านขวามือ เป็น ธารน้ำ ที่มีชื่อว่า ธารแส้ทอง 金鞭溪 ธารน้ำแส้ทองมีภูหินผาสูงจากพื้นกว่า 350 เมตร รูปลักษณ์ของหินผาลูกนี้เหมือนแส้ซึ่งเป็นอาวุธโบราณชนิดหนึ่ง จึงได้ชื่อว่า หินผาแส้ทอง เนื่องจากมีซิลิกอนไดอ็อกไซด์ผสมอยู่ในเนื้อ หิน เมื่อแสงแดดสาดส่อง จะมีแสงสะท้อนเป็นสีทอง”  ตอนที่เดินมาได้ ราว ห้าร้อยเมตร ไม่มีใครเลย มีเพียงฉันผู้เดียว ฉันเริ่มเอะใจ ธารน้ำแส้ทอง ความยาว 8 กม. ไม่ใช่สิ ไม่ใช่ สองร้อยเมตร ถึง.  รีบวิ่งกลับทางเดิม ถามคนขับรถอุทยาน .. วิธีถามของฉัน คือ ฉันท่อง คำว่าลิฟท์แก้วเอาไว้แล้ว…  แค่พูดคำว่า  ไป่หลงเทียนที… คนขับรถก็ ชี้ว่าคันนี้ .. ฉันขึ้นไปนั่งซักพัก กรุ๊ปทัวร์ ไทย ก็พากันตามขึ้นมา .. ทักทายกันเล็กน้อย ตามประสา คนไทย เจอกันที่ต่างแดน ได้ความว่า ไกค์ กำลังจะพา ทุกคน ไปที่เดียวกับที่ฉัน กำลังจะไป..

ค่า ขึ้นลิฟท์แก้ว 72 หยวน ขาเดียว. ฉันหยุดถ่ายภาพด้านหน้า ให้ทุกคนในกรุปทัวร์ ขึ้นลิฟท์ ไปก่อน ..พอถึงคิวฉัน ก็เหลือฉัน เพียงคนเดียว .. ฉันเลยได้ครอบครองลิฟท์ แก้ว ที่ใครต่อใครบอกว่า รอคิวนานมาก  นั้น แต่เพียงผู้เดียวในลิฟท์  ไกค์ไทย บอกฉัน ก่อนจะขึ้นลิฟท์ หายไป ว่า เจ้าหน้าที่เขาบอกว่า มีเวลาแค่ หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น ลิฟท์ จะปิด ตอนหกโมงเย็น เพราะช่วงนี้ เป็นช่วงปีใหม่ .. ทุกคนในกรุปทัวร์ เดินไปที่จุดจอดรถอุทยาน ซึ่งเดินไป จากจุดที่ลิฟท์แก้วขึ้น มา จอด ราว 500เมตร  ต้องนั่งรถอุทยานไป อีกราว  30 นาที .ในขณะที่ฉันกำลังชั่งใจอยู่ ฉันตัดสินใจไม่ไป สะพานใต้หล้า  แสงกำลังจะหมด ถึงไป ก็ไม่ได้ภาพสวย.. พรุ่งนี้ค่อยกลับมาดีกว่า  ว่าแล้ว ฉันก็ไปถ่ายรุปคู่กับทิวทัศน์ สุดสวย ที่อยู่ ข้างๆ ทางออก ของลิฟท์แก้ว  ถ่ายจนหนำใจ เวลาใกล้ หกโมงเย็น ก็ลงลิฟท์ กลับไปด้านล่าง แต่ไม่ได้ลงฟรี ต้องซื้อตั๋ว ขาลงอีก  72 หยวน

IMG_0713IMG_0721-EditIMG_0722

ด้านล่าง ของทางลงลิฟท์ แก้ว เป็นเพียงจุดเดียว ที่มีรถอุทยาน ออกไปยังตัวเมือง อู่หลิงหยวน  ..วิธีของฉัน ง่ายๆ อีกเช่นเคย เดินไป บอกคนขับรถว่า  อู่หลิงหยวน  หยุดนิดนึง แล้วชี้มือ พูดว่า จางเจี๋ยเจี่ย… คนขับรถชี้รถเพียงคัน เดียว ที่จอดอยู่ตรงนั้น ..

รถอุทยานใช้เวลา ประมาณ 40นาที  . ก็ ขับมาถึง วงเวียน กลางเมือง อู่หลิงหยวน  รถจอดให้ฉันลง คนขับชี้มือ ไปที่ ข้างวงเวียน รถตู้สีน้ำตาล อันคุ้นเคย  จอดอยู่ มีคนตะโกน  เรียก ผู้โดยสารว่า จางเจี๋ยเจี่ย..  ฉันวิ่งขึ้นไปที่รถ  จางเจี๋ยเจี่ย .. ฉันพูด คนขับพยักหน้า พร้อมถามฉันว่าพูดภาษาจีนได้ไหม ฉันส่ายหัว.. ตอบไปว่า ไทยกั่ว … ภาษาจีน ไทยกั่ว แปลว่าคนไทย… ผู้โดยสารคนนึงในรถ ที่พูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อยบอกฉัน ว่า คนขับชมว่าคุณสวย ฉันตอบไปว่า  เสี่ยเสี่ย (ขอบใจ)  อยากจะบอกไปว่า สวยในความมืดนะคะ …

แค่ไม่นาน รถก็ออก ค่าโดยสาร ชำระที่กระเป๋ารถตู้ ในราคา 10หยวน ใช้เวลาเดินทาง  1  ชม. กลับไปยังเมือง จางเจี๋ยเจี่ย ..คืนนั้น ฉันค้นหาเอทีเอม จนพบ พบว่า ต้องกด ที่ Bank of China  ด้วยความที่ฉัน เคยดูคลิปวีดีโอ คนจีนกดเงิน แล้วมีคนร้ายตามมาเอาหินทุบหัวในตู้ เพื่อชิงทรัพย์ ทำให้ฉัน รู้สึกสยองขวัญมาก ฉันเดินหันซ้ายหันขวา แล้ววิ่งเข้าตู้เอทีเอม  ตู้เอทีเอมของจีน ต้องเดินเข้าไปสองชั้น ชั้นในสุด เป็นห้องกดเงิน ซึ่งลอคประตูได้ ฉันรีบล็อคประตู อย่างรวดเร็ว กดเงิน แล้วมองซ้ายมองขวา จะไม่ยอมเปิดล็อค จนกว่า มั่นใจว่าปลอดภัยแน่ .. พอเห็นว่าไม่มีใคร ฉันรีบปลดล้อคแล้ววิ่งหนีออกจากตู้เอทีเอม เหมือนคนสติไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คนจีนแถวนั้น มองตามฉันแบบ งงๆ

คืนนั้น ฉันฉลองการกดเงินออกมาได้ ด้วยการกินหม้อไฟ หูหนาน  ด้วยความที่ค่อนข้างดึกแล้ว เลย กินร้าน ที่อยู่ใกล้ๆ สถานีขนส่ง ซึ่งมีเรียงรายกันหลายร้านมาก ฉันเลือกร้านที่ดูสะอาดที่สุด    ด้วยความที่พูดภาษาจีนไม่ได้ เลยชี้ภาพ ที่ดูสวยงามที่สุดในร้าน  ในภาพเหมือนเป็นเนื้อหมู แต่พอเอามาวาง เป็นไส้ใหญ่.. ไม่เป็นไร ก็ลองกินดู กินได้ อร่อยดี ติดเลี่ยนไป นิด  อาหารหูหนาน เป็นอาหารที่ถูกปากฉันมาก เพราะ เป็นอาหารจีน ชนิดเผ็ด ที่ประโคมพริกทุกชนิด ทั้งพริกสดพริกแห้ง พริกดอง หลากสีลงไปในอาหารผัด ..ฉันชอบนะ อร่อยดี จะมีที่แปลก ตรง เครื่องเทศบางอย่าง ไม่แน่ใจว่าจะเป็นหมาร่ารึเปล่า ที่เวลากัดโดนลิ้นแล้ว จะชาเหมือนโดนยาชา แล้วเหมือนมีรสเค็ม ออกมาจากปลายลิ้นตลอดเวลา.

ตอนเดินกลับที่พัก มีเด็กชายวันรุ่นจีน ขี่รถมอเตอร์ไซค์ เข้ามาหาฉัน พร้อมพยายามชวนคุย และเปิดมือถือรูปโรงแรมให้ฉันดู ถ้าโตกว่านี้อีกนิด หรือเกิดรูปหล่อหน่อย ฉันอาจคิดลึกว่า จะชวนไปทำอะไรรึเปล่า  แต่นี่คิดว่า น่าจะถามว่ามีที่พักรึยัง ฉันค่อนข้างระวังตัวไม่ให้ใครเข้ามา ใกล้ตัว เลยชี้มือไปที่ฝั่งตรงข้าม  แล้วยิ้มให้แบบสุดกำลังพร้อมโบกมือบีายบาย พ่อหนุ่มน้อยทำท่างงๆ ช่วงเวลาที่ฉันชี้มือ จนถึงโบกมือ ฉันก็ เดินถอยห่างออกจากหนุ่มน้อย อย่างรวดเร็ว พร้อมรีบเดิน ไปยังร้านอาหาร ที่ยังมีคนนั่งกินกันอยู่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลมาก.. กลับถึงที่พัก ฉันพยายามชาร์ทแบต ตรวจดูโทรศัพท์ .. โทรศัพท์ ฉันยังคงดับสนิท.. อนิจจา.

IMG_0710

Advertisements
About หมอนก ,Mornok (125 Articles)
ชื่อ ...น.ส. กนกรัตน์ เทโวขัติ ชื่อเล่น นก วัน เดือน ปีเกิด 1 ตค 2519 การศึกษา ปริญญาตรี ทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Tour guide, Tour leader มหาวิทยาลัยรังสิต ความสนใจพิเศษ . เป็นช่างภาพสมัครเล่น เวบไซค์ http://mornok.com Facebook page https://www.facebook.com/backpackersfriend/ เฟสบุคเพจ เพื่อนนักสะพายเป้ Backpacker's friend เป็นเพจบันทึกการเดินทาง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ การเดินทางมีทั้งแบบแบกเป้และเดินทางแบบหรูหราสบาย พาเที่ยว พาถ่ายรูป พักโรงแรม พากิน เคยเดินทางมาแล้ว ราว 26 ประเทศ ทั่วโลก ในระยะเวลา 6 ปี เป้าหมายการเดินทางในอนาคตคือ รวบรวมถ่ายภาพปราสาทหินและวัดใน ประเทศไทย ให้ครบ ,เดินทางประเทศจีนและ อินเดีย ให้ครบทุกจังหวัด ,แบกเป้ ยาว หกเดือน เที่ยวประเทศฝั่งอเมริกาใต้ และอเมริกากลาง ผลงานที่ผ่านมา: ร่วมรายการ Bigbrother season 2549 pocketbook ก็จะวีน..ใครจะทำไม ละคร นรสิงห์ แชมป์ รายการ อัจฉริยะข้ามคืน ล้านที่ 4 ถ่ายแบบ,สัมภาษณ์ ลง magazine Alternative (June 2006), Hamburger (ปักแรกมิถุนายน 2549) ,GM Plus ,Lisa (7-6-06) ,แพรว (25 มิถุนายน 2549),Front mini Magazine (July 2006),เธอกับฉัน (ปักษ์หลังกรกฎาคม 2549) ,In Magazine (September 10, 2006),Gossip star ,TV Inside,Her World (ธ.ค. 2549), In Magazine (January 10, 2007) ,In Magazine (January 10, 2007) ,EXray (10 March 2007) ,Maxim (May 2007),เปรียว (ปักษ์หลังมิถุนายน 2550) เขียนคอลัมน์ บลอกเกอร์ชวนเที่ยว "แบกเป้เท่ทั่วโลก" นิตยสาร อสท. ฉบับเดือน มีนาคม 2559 นักเขียนคอลัมน์ ประจำ Dentist Backpack นิตยสาร Focus งานรีวิว .. เคยร่วมงานกับ.. Dtac ,Boots, TMB ,Master card ,bug bunny Looney Tunes Thailand ,Singha Park Ballon festival ,Airpay application, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย,การท่องเที่ยวมาเก๊า,Lenovo ,Samsung camera https://mornok.com/2015/09/22/อุทยานแห่งชาติภูสอยดา/ https://mornok.com/2016/02/15/airpay/ https://mornok.com/2016/01/21/วิธีแบกเป้จีน-ไปจางเจี-4/ http://www.manager.co.th/Feelgood/ViewNews.aspx?NewsID=9570000128471 youtube channel https://www.youtube.com/channel/UCTwZ49toHl8K8KYF4Wmt1uA?view_as=public เพื่อนนักสะพายเป้ Backpacker's friend instragram kanokrat_tawokhat
%d bloggers like this: