Advertisements
new

หญิงเดียว ลุยเดี่ยว เที่ยวอิตาลี 15 วัน 11 เมือง วันที่ 3 โพสิตาโน่

11224890_865232796924585_4007177522592221082_o12184297_865232603591271_7606437837560912148_o12194865_865232766924588_8724084316036482477_o12238242_865232623591269_6162168233554033799_o12238276_865232753591256_5121239476089625529_o12239443_865232706924594_5175955522051701826_o12244331_865232826924582_8958056806582680308_o12244408_865232580257940_3479989624775253509_o

ฉันตื่นแต่เช้า หวังจะสูดอากาศ บริสุทธิ์ และเดินทางต่อ แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะฝนตกลงมา อย่างไม่ขาดสาย หลังกินอาหารเช้า ที่นี่ ค่าอาหารเช้าต้องจ่ายเพิ่ม 3ยูโร .. อาหารเช้าไม่รวมกับค่าที่พัก …หลังนั่งรออยู่จนสาย ฉันตัดสินใจ วิ่งฝ่าฝนออกจากโฮสเทล วิ่งมาถึงหน้า สถานีรถไฟ. Pompei ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก แค่ราว 500 เมตร โดยเดินออกท้ายซอย ทางเดียวกับที่เดินไปซูเปอร์มาเก็ต เมื่อคืน ถึง ปากซอย เจอถนน เลี้ยวขวา เจอป้ายรถเมล์ ข้ามถนน ก็ถึง อนิจจา หัวหูข้าวของเปียก พอถึงสถานีรถไฟ ฝนดันหยุด.

ซื้อตั๋วรถ ไป Salerno 2.2 ยูโร. ขึ้นรถที่สาย 1 บนรถไฟ ถ้าเชคชื่อสถานี จะไม่มีชื่อสถานี Salerno เพราะจะเป็นชื่อเมืองสุดปลายทาง ขึ้นแล้วลงสุดสาย รถ ไฟ เส้นนี้แล่นช้ามาก จอดแต่ละสถานี นานแทบขาดใจ. รอแล้วรอเล่า เฝ้าแต่รอ เวลาผ่านไป1 ชม แล้ว ก็ยังไม่ถึง

มีจุดหนึ่ง ที่รถไฟแล่นผ่าน สะพาน แล้วมีท่าเรือ กับวิวเมือง สวยมาก อยู่ฝั่ง ขวา ของรถไฟ. ตอนอยู่บนรถไฟ มีคุณตา ท่านนึง คอยบอกทาง แกบอกให้ตามแกมา แล้วแกก็พาเดินไปตรงป้ายรถเมล์ ตรงฝั่งทะเล

ตุณตาท่านนี้ เราเจอตั้งแต่บนรถไฟ แกคอยชี้จุดบอกเราว่าตรงไหนวิวสวย แถมให้ลูกอมเรามา เม็ดนึง เราไม่กล้ากินแต่รับเอามาไว้ เอามากินทีหลังตอนอยู่ที่โรงแรม เป็นลูกอมปรกติธรรมดา ส่วนเราให้มะขามหวาน แกไป ซองนึง หลังโบกมือลาคุณตา

เราหยุดกินขนม เป็นครัวซองมามาเลด ไว้แยมส้ม .. คนที่ร้านขนมบอกว่า ให้ไปป้ายรถเมล์ข้างสถานีรถไฟ.จุดที่คุณตาบอก ไม่ใช่

ฉันไปถามซื้อตั๋วรถSita bus ที่ป้าร้านขายบุหรี่ ป้าบอกว่าไม่มี. เลยงง ว่ายังไง. ชีวิตหักเห ตอนที่นังชะนี อิตาลี หน้าตาดี และพูดภาษาอังกฤษได้ เพียงคนเดียวในป้าย บอกฉันว่า มาผิดป้าย ให้ไปอีกป้ายนึง.

ฉันก็ดันเชื่อเดินหา แต่รู้สึกแปลกๆ ว่าไม่เห็นมีซักป้าย เลยหยุดถาม ลุงคนนึง ลุงบอกว่า ป้ายที่ฉันเดินมาตอนแรก นั่นแหละ ถูกแล้ว. ถูกชะนีแกล้ง. ทำแบบนี้ กับชั้นทำไม.

ด้วยความที่แบกของหนัก เห็นคีบับไก่. เลยแวะกิน กินไปก็ถามไป ก็ไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษได้เลย ฉันพูดภาษาสเปน กระท่อนกระแท่นใส่เขานิดหน่อย เขาก็พูดอิตาลี กลับมา ภาษาใกล้กันบางคำ แต่ก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไร หลังกินเสร็จ น้องผู้หญิง น้องอ้วนกับน้องผอม สุดแสนใจดี. เดินมาส่ง ที่ป้ายSita bus ก็ป้ายอันแรก ที่ฉันมานั่นแหละ ได้ความว่า ต้องขึ้นรถเมล์สองต่อ ไป Amafi ก่อน ลงแล้วต่อรถ ไปPositano

รถเมล์มาพอดี ฉันรีบวิ่งขึ้นรถ. ความผิดพลาดคือ ไม่มีตั๋ว. จะขอจ่ายตังในรถ ก็ไม่ให้ คนขับใจร้าย ไล่ดิฉัน ลงจากรถเมล์ แบบไร้ความปราณี

หลังเดินหาร้านขายตั๋วรถ ค้นพบว่า ร้านขายตั๋ว อยู่ข้างสถานีรถไฟเลย ตอนเดินมากับลุง ไม่เห็นได้ยังไง.

ซื้อตั๋ว. daily ticket 8 Euro เรียกว่า Unico Costiera ขึ้นได้ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ใน 1 วัน ตั๋วรถนี่คือ คิดเป็นเวลา ถ้าเวลาหมด ใช้ไม่ได้แล้ว แต่ถ้าเวลาเหลือ จะขึ้นกี่รอบ ก็ได้. หลักๆ ใบนึง ให้เวลา 100 นาที. แต่ฉัน ซื้อเหมาวันไปเลย. ไม่รู้คุ้มไหม แต่ก็ซื้อไปแล้ว เพราะไม่รู้ว่า จะขึ้นรถกี่รอบ สำหรับวันนี้ สุดท้ายคือ ไม่คุ้ม เพราะ ฉันขึ้นรถ แค่สองรอบเท่านั้นเอง .

จริงๆ ถ้าไม่มีคุณปู่ ฉัน คงขึ้นรถไปนานแล้ว เพราะเดินตามแผนที่วางไว้ แต่คุณปู่พาหนูหลง แต่เพราะความใจดีมีน้ำใจ ของแก จะไปโทษแกก็ไม่ได้ ถือว่า เราได้แวะเที่ยวเมือง Solerno นี่ละกัน. เมืองเล็กๆ เงียบๆ ติดชายทะเล. กินคีบับไก่ไป ตั้ง 6 ยูโร. แพง 😭

ได้แต่บอกกับตเองว่า กว่าจะถึง positano ไม่มืดเลยเหรอเนี่ย. ใครที่เดินทางมาเส้นทางนี้ เวลานั่งรถแนะนำให้นั่งฝั่งซ้ายติดหน้าต่าง เพราะจะเห็นวิวทะเล ไปตลอดทาง ผ่านเมืองชายทะเล สวยมากหลายเมือง ราว 1 ชม. ถึง Amafi ตรงที่รถจอด มองหารถ sita bus ที่เขียน ป้ายว่าไป Sorrento จะไป Positano. ใช้เวลา อีกราว 1 ชม.

ตอนถึง Positano รถจะไม่เข้าไปในเมืองจะ จอดที่จุดจอดแค่แปปเดียว ฉันจอง Positano BB hotel เอาไว้ ซึ่งที่อยู่ อยู่ที่ ถนน Pasitea

ฉันเดินหมุนวนอยู่นานพอสมควร เพราะไม่มีใคร ให้รายละเอียด เรื่อง ถนน positea กับฉันได้เลย สุดท้าย ตัดสินใจ เดินข้ามถนนไป ที่ฝั่งป้ายรถเมล์ แล้วถาม รถเมล์ที่ผ่านมา ว่าไป ถนน Pasitea ไหม หรือ ลงที่ โรงแรม Pasitea ก็ได้ ได้ผล รถเมล์ บอกว่า ไป

โรงแรมที่ฉันจองไว้ Positano BB hotel หายาก มาก ฉันใช้วิธีเดิน จาก โรงแรม Pasitea หันหน้าเข้าหาโรงแรม เดินไป ทางขวามือ จะเป็น ถนนขึ้นเนิน ใช้วิธีไล่นับตามบ้านเลขที่เอา โดยโรงแรม อยู่ฝั่งขวามือ ตรงกับ บ้านเลขที่ 334 ซึ่ง ดูยากมาก เพราะมีต้นไม้บังเลขที่บ้าน แถม ป้ายโรงแรม เล็กมาก ต้องค่อยๆ ดู โรงแรมนี้ ราคาถูก วิวสวย บริการดี .. ราคา 70 ยูโร เป็นห้องเดี่ยว นอนคนเดียว แต่ ดูจาก ในห้อง มีเตียง ถึง 3เตียง ถ้าหารสามคน ราคานี้ ถือว่า ไม่แพงเลย

จากโรงแรม เดินเลี้ยว ซ้าย แล้วเดินตามถนน ไปเรื่อยๆ จะเป็นจุด ไปชายหาด กับกลางเมือง ระยะ ทางราว 2 กิโลเมตรนิดๆ หรือ จะใช้ทางลัด ก็ ได้ เป็นบันได อยู่ข้างๆ โรงแรมที่เราพักนี่เอง จะเป็นทางลัด ที่เป็นบันได ลงเนิน หลบซ่อนอยู่ หาไม่ยาก เพราะเขาจะเขียนเป็นชื่อถนน แต่เป็นภาษาอิตาลี ต้องสังเกตดีดี เดินลง ตัวเบาหวิว แต่ตอนเดินขึ้น หนักเอาการ

ตอนค่ำ ฉันเดินตากฝน คนเดียวกลางถนน ระยะทาง 2 กม. ลงดอย และ 2 กม. กลับขึ้นดอย หน้าตาเนื้อตัวเสื้อผ้า รองเท้า เปียกปอน ถึงแม้ว่าจะใส่เสื้อกันฝน แต่ด้วยความแรงของฝน ก็ยังคงเปียก อากาศหนาว อุณหภูมิราว 15องศา ฝนตกตัวเปียกปอน..

ขาเดินกลับแวะ กินกุ้งที่ร้าน saraceno Doro สั่ง ปลา กุ้ง ปลาหมึกทอดรวม กับสลัดผักรวม อร่อยมาก 25 ยูโร ร้านนี้ จะอยู่บริเวณ เนิน ที่เดินขึ้นเขาไกลหน่อย ไม่ได้อยู่ใกล้ชายหาด หาไม่ยาก เพราะ เมืองนี้ มีถนนแค่สายเดียว

ขากลับ ฉันเดินกลับ ฝนตกหนัก ถนนเปลี่ยวร้าง รู้สึกหวาดหวั่นเล็กน้อย แต่สุดท้าย ก็กลับถึงห้อง อย่างปลอดภัย

ตื่นเช้ามาตอนตีห้า ฟ้ายังมืด พื้นถนนเปียกชื้น เพราะ ฝนตกทั้งคืน จนราว 7 โมง ท้องฟ้าเริ่มเปิด นิดนึง แค่เสี้ยว นาที ฉันวิ่งออกจากโรงแรม ทันถ่ายรูป แสงรับอรุณ แค่ไม่กี่ใบ ฝนก็กลับเทลงมาอีก . ฉันเดินกลับมากินอาการเช้า เก็บของ แล้วรอออกไปถ่ายรูป. แต่โชคร้าย ฝนตกทั้งวัน รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอจนถึง บ่ายโมง คิดว่าหมดหวัง เราคงไม่มีบุญต่อกันแล้ว สำหรับเมืองนี้.
ตอนที่กำลังเก็บของ จะไปขึ้นรถ อยู่ๆ ฝนก็หยุดตก. ฉันรีบ วางของ แล้ว วิ่งลง บันไดทางลัด เข้าไปในเมือง ได้ถ่ายรูปสวย ซักที. แต่ฝนหยุดแค่ราว ครึ่งชม. มีแดดแค่ 5นาที . ก็หมดสิ้นแสง

. ฉันเลยแวะกินข้าวที่ร้าน Lancora อยู่ใกล้จุดชมวิว เดินไปจาก ป้ายรถเมล์ ประจำเมืองตรงกลางเมืองไปไม่ไกล. กุ้งเผา สไตล์ อิตาลี อร่อยมาก. แต่แพงมาก 35.75 ยูโร. แต่รสชาติ ฉันให้ 5ดาว

กินเสร็จ ฝนเทลงมาอย่างหนัก จนต้องวิ่งฝ่าฝนกลับ โรงแรม. ฉันต้องออกไปจากที่นี่ ก่อน 5 โมงเย็น ไม่ควรให้ถึง Napoli ดึกเกินไป เพราะรู้กันอยู่ว่า ไม่ค่อยปลอดภัย..

โรงแรมที่ฉันพัก อยู่ใกล้ จุดจอดรถ Sita bus เพียงแค่ เดินหันหลังให้โรงแรม เลี้ยวขวามือ เดินไปตามทาง ขึ้นเนินซิกแซก. 3 ครั้ง ก็ ถึง. ขึ้นรถ ตั๋วรถ จ่ายในรถ. 4 ยูโร. ฉันให้เงินลุงคนขับไป 5 ยูโร ลุงแกบอกว่ารถติดมาก เดี๋ยวค่อยทอน แล้วแกก็ลืมทอนเงินให้ฉัน

รถที่ฉันขึ้น เป็น รถไปSorrento ออก ทุก 30 นาที. ตามตารางเวลาที่ติดเอาไว้ที่ป้ายรถเมล์ ระยะทางจาก positano ไป Serrento 17 km ใช้เวลาราว 30 นาที.

รถพาเราไป ส่งที่ ป้ายรถ SITA BUS หน้าสถานี รถไฟ circumvesuviana ซื้อตั๋วรถ ที่ร้านบุหรี่ในสถานี บอกว่าไปNapoli ราคา 3.60 ยูโร .ใช้เวลาราว 1ชม. ลง สถานี กลาง garibany.

แล้วไปต่อ เมโทร สาย1 กลับที่พักที่เดิม ที่นาโปลี คืนนั้น ฉันได้รู้จักเพื่อนใหม่ เป็นชาวมาเลเซีย แบกเป้เดินทางมาเป็นเวลาเกือบปีแล้ว ทั้งโบกรถ นอนที่พัก แบบพักบ้านคนอื่น ราคาถูก เพื่อประหยัดเงิน ให้ได้มากที่สุด .. ฮีบอกว่า ..ที่ นาโปลี ฮีโดนกระชากกล้องถ่ายรูปที่สถานีรถไฟใต้ดิน โชคดีที่ตำรวจ เอาคืนกลับมาให้ได้ แต่ อีกครั้งที่โชคร้าย โดนล้วงกระเป๋า กางเกง เอากระเป๋าเงิน ฮีไป .. อิตาลี ขโมยเยอะ ฮีบอก ..

คืนนั้น ฉันเข้าพักที่ห้องนอนเดิม เป็นหอพัก 8 เตียงนอน ห้องนอนรวม คุณผู้ชายที่นอนเตียงล่างฉัน กรนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว.. ฉันค่อยๆผลอยหลับไป ทั้งเสียงดังนั้น เพราะความเหนื่อยอ่อน.. พรุ่งนี้ ต้องตื่นเช้าอีกครั้ง เพื่อนั่งรถไฟ ไป กรุงโรม..

Advertisements
About หมอนก ,Mornok (125 Articles)
ชื่อ ...น.ส. กนกรัตน์ เทโวขัติ ชื่อเล่น นก วัน เดือน ปีเกิด 1 ตค 2519 การศึกษา ปริญญาตรี ทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Tour guide, Tour leader มหาวิทยาลัยรังสิต ความสนใจพิเศษ . เป็นช่างภาพสมัครเล่น เวบไซค์ http://mornok.com Facebook page https://www.facebook.com/backpackersfriend/ เฟสบุคเพจ เพื่อนนักสะพายเป้ Backpacker's friend เป็นเพจบันทึกการเดินทาง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ การเดินทางมีทั้งแบบแบกเป้และเดินทางแบบหรูหราสบาย พาเที่ยว พาถ่ายรูป พักโรงแรม พากิน เคยเดินทางมาแล้ว ราว 26 ประเทศ ทั่วโลก ในระยะเวลา 6 ปี เป้าหมายการเดินทางในอนาคตคือ รวบรวมถ่ายภาพปราสาทหินและวัดใน ประเทศไทย ให้ครบ ,เดินทางประเทศจีนและ อินเดีย ให้ครบทุกจังหวัด ,แบกเป้ ยาว หกเดือน เที่ยวประเทศฝั่งอเมริกาใต้ และอเมริกากลาง ผลงานที่ผ่านมา: ร่วมรายการ Bigbrother season 2549 pocketbook ก็จะวีน..ใครจะทำไม ละคร นรสิงห์ แชมป์ รายการ อัจฉริยะข้ามคืน ล้านที่ 4 ถ่ายแบบ,สัมภาษณ์ ลง magazine Alternative (June 2006), Hamburger (ปักแรกมิถุนายน 2549) ,GM Plus ,Lisa (7-6-06) ,แพรว (25 มิถุนายน 2549),Front mini Magazine (July 2006),เธอกับฉัน (ปักษ์หลังกรกฎาคม 2549) ,In Magazine (September 10, 2006),Gossip star ,TV Inside,Her World (ธ.ค. 2549), In Magazine (January 10, 2007) ,In Magazine (January 10, 2007) ,EXray (10 March 2007) ,Maxim (May 2007),เปรียว (ปักษ์หลังมิถุนายน 2550) เขียนคอลัมน์ บลอกเกอร์ชวนเที่ยว "แบกเป้เท่ทั่วโลก" นิตยสาร อสท. ฉบับเดือน มีนาคม 2559 นักเขียนคอลัมน์ ประจำ Dentist Backpack นิตยสาร Focus งานรีวิว .. เคยร่วมงานกับ.. Dtac ,Boots, TMB ,Master card ,bug bunny Looney Tunes Thailand ,Singha Park Ballon festival ,Airpay application, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย,การท่องเที่ยวมาเก๊า,Lenovo ,Samsung camera https://mornok.com/2015/09/22/อุทยานแห่งชาติภูสอยดา/ https://mornok.com/2016/02/15/airpay/ https://mornok.com/2016/01/21/วิธีแบกเป้จีน-ไปจางเจี-4/ http://www.manager.co.th/Feelgood/ViewNews.aspx?NewsID=9570000128471 youtube channel https://www.youtube.com/channel/UCTwZ49toHl8K8KYF4Wmt1uA?view_as=public เพื่อนนักสะพายเป้ Backpacker's friend instragram kanokrat_tawokhat
%d bloggers like this: